สูตรการทำอาหารวิธีทำ “ขนมลูกเต๋า ไส้เผือก” สูตรขนมไทยโบราณ หอมอร่อย หวานมันกลมกล่อมกำลังดี

สูตรอาหาร

วันนี้มีเมนูขนมไทยมาทำกันอีกแล้ว เป็นขนมไทยที่อร่อยมากๆอีกเมนูหนึ่ง ขนมที่เราจะทำกันในวันนี้คือขนท”ลูกเต๋า”ไส้เผือก อุ้ยน่ารับประทานจริงๆเลย วันนี้แอดมินมีเมนูขนมไทยอร่อยมาฝาก เนื่องจากมีเผือกเหลืออยู่ในตู้เย็นตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ก่อนจะเสีย เราเลยนำมาทำขนมลูกเต๋าไว้ทานกัน ไปดูส่วนผสมและขั้นตอนการทำกันค่ะ

ส่วนผสม

1.แป้งหุ้มไส้

-แป้งสาลีเอนกประสงค์ 2 ถ้วย

-กะทิ 6 ชต.

– น้ำตาลโตนด 1/3 ถ้วย

– ไข่ไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง)

-ดอกเกลือ 1 หยิบมือ

-น้ำมันพืช 4 ชต.

-น้ำปูนใส 2 ชต.

-งาดำ 2 ชช

2.ไส้เผือก

-เผือก 1 หัว (หัวกลางๆ พอดีไม่ได้ชั่งค่ะ)

-น้ำตาลโตนด 1/2 ถ้วย

-กะทิ 1/2 ถ้วย

-ดอกเกลือ 1/4 ชช.

วิธีทำ

1.แป้งหุ้มขนม

– ร่อนแป้ง 1 ครั้ง เตรียมไว้

-ผสมกะทิ น้ำตาล เกลือ และน้ำปูนใส นำขึ้นตั้งเตา พอเดือดดี ยกลงจากเตา ใส่ไข่แดง และน้ำมันพืชลงไป คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นทยอยใส่แป้งลงไปผสม ให้เข้ากันดี พักไว้ 2 ชม.(ใช้พลาสติกหุ้มไว้ด้วย) ถ้าปั้นยากให้เติมน้ำได้ค่ะ

2.ไส้ขนม

-นำเผือกไปนึ่งให้สุก ลอกเปลือกออก แล้วใช้ช้อนส้อมกดๆเพื่อบดเผือกให้แตกออก

-ผสมกะทิ น้ำตาล เกลือ นำขึ้นตั้งเตา คนส่วนผสมให้เข้ากัน ใส่เผือกลงไปกวนให้เหนียว จนมีลักษณะล่อนไม่ติดกระทะ ตักขึ้นพักไว้พออุ่นๆ ปั้นเป็นลูกกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ทำจนหมดไส้

3.นำแป้งหุ้มไส้ปั้นเป็นก้อนกลม ขนาดใหญ่กว่าไส้ขนมเล็กน้อย กดให้เป็นแผ่นกลม วางไส้ลงตรงกลางแล้วหุ้มแป้งให้มิดไส้ กดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ใส่งาดำไว้ด้านบน

4.นำขนมไปจี่บนกระทะ(ไม่ต้องใส่น้ำมัน) คอยกลับให้สุกเหลืองทุกด้าน โดยใช้ไฟค่อนข้างอ่อนค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ ดูแล้วคิดว่าทำกันได้ไหมคะ ขั้นตอนอาจจะเยอะหน่อย เพื่อความแซบเราทำได้ ทำครั้งเดียวสามารถเก็บเอาไว้ทานได้หลายๆวัน อยากกินเมื่อไรก็เอามากินได้ เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยเห็นแล้วค่ะ ที่ทำขายโดยมากไส้ขนมจะผสมแป้งด้วย ทำให้ไม่อร่อย เพราะฉะนั้นเพื่อนๆสมาชิกแฟนเพจที่นี่มีสาระ อย่าลืมกลับไปลองหาโอกาสทำเมนู “ขนมลูกเต๋า ไส้เผือก” ไว้ทานกันนะคะ หรือจะลองต่อยอดทำขายเพื่อสร้างรายได้อีกช่องทางก็นับว่าน่าสนใจทีเดียว ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตาม ถ้าคิดว่ามีประโยชน์ โปรดส่งต่อเพื่อเป็นวิทยาทานด้วยจ้า

ขอขอบคุณข้อมูลสูตรและภาพจาก.Supaporn Kumnodnae